รับคูปอง l ส่วนลด 15% สำหรับการซื้อคอร์สครั้งแรก เพียงกรอกโค้ด “DEMETER15”

จากงานเอกสารสู่การทำงานด้วย AI แชร์ประสบการณ์อบรม Gemini และ Gemini Notebook (NotebookLM) กับสำนักสุขภาพดิจิทัล

  • 27/10/2026
บรรยากาศอบรม Gemini และ NotebookLM กับสำนักสุขภาพดิจิทัล สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข

การอบรม Gemini และ NotebookLM กับสำนักสุขภาพดิจิทัลครอบคลุมอะไรบ้าง?

Demeter Skill จัดอบรม Gemini และ NotebookLM ให้กับสำนักสุขภาพดิจิทัล สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข โดยเชื่อมการเขียนคำสั่งและการใช้ AI เข้ากับงานประจำ ผ่านตัวอย่าง Workshop ด้านอีเมล ตารางข้อมูล และคู่มือปฏิบัติงาน พร้อมแนวทางตรวจสอบคำตอบก่อนนำไปใช้ต่อ

ก่อนจะสรุปรายงานได้หนึ่งฉบับ เราอาจต้องเปิดเอกสารหลายไฟล์ ค้นข้อความในอีเมล และกลับไปอ่านคู่มือเพื่อเช็กว่ารายละเอียดที่เขียนนั้นถูกต้องหรือไม่ งานแต่ละอย่างดูไม่ใหญ่ แต่เมื่อเข้ามาพร้อมกัน เวลาที่ควรใช้คิดและตัดสินใจก็หมดไปกับการรวบรวมข้อมูล

โจทย์เหล่านี้เป็นจุดเริ่มต้นที่จับต้องได้สำหรับการเรียนรู้ AI การอบรม Gemini และ NotebookLM จึงควรพาผู้เรียนไปถึงขั้นเลือกใช้เครื่องมือให้เหมาะกับงาน อธิบายสิ่งที่ต้องการให้ชัด และรู้ว่าคำตอบส่วนไหนต้องกลับไปตรวจสอบ

บทความนี้ชวนดูตัวอย่างจากหลักสูตรที่ Demeter Skill จัดให้กับสำนักสุขภาพดิจิทัล สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่งานสื่อสารทั่วไป ไปจนถึงการทำความเข้าใจคู่มือด้านสาธารณสุข พร้อมแนวทางที่องค์กรอื่นสามารถนำไปทดลองกับงานของตนเองได้

อบรม Gemini และ NotebookLM กับสำนักสุขภาพดิจิทัล เริ่มจากงานที่ต้องทำทุกวัน

Demeter Skill จัดอบรม Gemini AI ใน Google Workspace และ NotebookLM ณ สำนักสุขภาพดิจิทัล สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข รูปแบบการเรียนประกอบด้วยการบรรยายควบคู่กับการฝึกปฏิบัติ เพื่อให้ผู้เรียนได้ทดลองใช้เครื่องมือกับโจทย์ตัวอย่างด้วยตนเอง

เนื้อหาเชื่อมงานสองลักษณะเข้าด้วยกัน ได้แก่ การใช้ Gemini ช่วยทำงานใน Google Workspace และการใช้ NotebookLM ทำความเข้าใจข้อมูลจากเอกสารอ้างอิง ผู้เรียนจึงได้เห็นทั้งการช่วยร่างงานและการค้นหาประเด็นจากข้อมูลที่เตรียมไว้

พื้นฐานที่ใช้ร่วมกันคือการเขียนคำสั่งให้ชัดเจน หากบอกเพียงว่า “ช่วยสรุปเอกสารนี้” เราอาจได้ข้อความที่อ่านรู้เรื่อง แต่ยังไม่ตรงกับสิ่งที่ต้องใช้ในการประชุม การระบุเพิ่มว่าใครเป็นผู้อ่าน ต้องการรู้เรื่องใด และจะนำสรุปไปทำอะไร ช่วยให้มีเกณฑ์ตรวจคำตอบที่ชัดขึ้นด้วย

ตัวอย่างเช่น หากต้องเตรียมข้อมูลให้หัวหน้างาน เราอาจขอให้แยกเป็นประเด็นสำคัญ งานที่ต้องดำเนินการ และข้อมูลที่ยังขาด แทนการสรุปทุกหัวข้อให้สั้นลงเท่า ๆ กัน ส่วนใดที่เอกสารไม่ได้ระบุ ก็ควรสั่งให้แจ้งตรง ๆ เพื่อให้ผู้รับผิดชอบกลับไปหาข้อมูลเพิ่มเติม

การอบรม Gemini ในบริบทนี้จึงให้ความสำคัญกับวิธีคิดก่อนพิมพ์คำสั่งด้วย ผู้เรียนควรรู้ก่อนว่างานที่ต้องการส่งต่อมีหน้าตาอย่างไร แล้วจึงเลือกเครื่องมือและข้อมูลมาช่วยทำงานชิ้นนั้น

5 ตัวอย่าง Workshop ที่เชื่อม AI เข้ากับงานสาธารณสุข

จากการอบรม Gemini และ NotebookLM มีตัวอย่างที่เชื่อมกับทั้งงานสำนักงานและเอกสารด้านสาธารณสุข เราเลือกมาเล่า 5 เรื่อง เพื่อให้เห็นว่าแต่ละเครื่องมือช่วยงานส่วนไหนได้ และผู้ใช้งานยังต้องตรวจอะไรต่อ

บริบทของตัวอย่างในบทความ

ทั้ง 5 เรื่องเป็นตัวอย่าง Workshop และเนื้อหาประกอบหลักสูตร ส่วนแนวทางตรวจสอบและต่อยอดเป็นข้อเสนอในบทความนี้ ยังไม่ได้เป็นรายงานว่าหน่วยงานนำทุกตัวอย่างไปใช้งานจริง หรือมีผลวัดการลดเวลาทำงานหลังอบรมแล้ว

ภาพประกอบงานอีเมล ตารางข้อมูล คลังความรู้ Mind Map และวิดีโอจากเอกสาร

1. ร่างและสรุปอีเมลให้เห็นงานที่ต้องทำต่อ

อีเมลเชิญอบรมหนึ่งฉบับต้องมีรายละเอียดหลายอย่าง ทั้งวัตถุประสงค์ กลุ่มผู้เข้าร่วม วันเวลา สถานที่ และสิ่งที่ต้องเตรียม หากส่งข้อมูลเหล่านี้ให้ Gemini ช่วยเรียบเรียง ผู้ใช้สามารถนำร่างมาตรวจและปรับน้ำเสียงให้เหมาะกับผู้รับได้

อีกด้านหนึ่งคือการอ่านอีเมลยาว ๆ แล้วดึงเฉพาะสิ่งที่ต้องทำต่อ สำหรับองค์กรที่ต้องการนำไปฝึกเพิ่ม อาจลองใช้คำสั่งว่า “สรุปอีเมลนี้เป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการ ผู้รับผิดชอบ และกำหนดส่ง หากไม่ได้ระบุข้อมูลใด ให้เขียนว่าไม่ระบุ” วิธีนี้ช่วยให้ตรวจได้ง่ายกว่าการอ่านสรุปเป็นย่อหน้ายาวเพียงอย่างเดียว

ก่อนส่งอีเมลหรือมอบหมายงานต่อ ต้องเทียบชื่อบุคคล วันที่ และรายละเอียดกับต้นฉบับ โดยเฉพาะข้อความที่ AI อาจเขียนเพิ่มเพื่อให้ประโยคดูสมบูรณ์ เช่น กำหนดตอบรับหรือสิ่งที่ผู้เข้าร่วมต้องเตรียม ทั้งที่ผู้สั่งยังไม่ได้ให้ข้อมูล

2. ทดลองจัดตารางติดตามการใช้ทรัพยากรโรงพยาบาล

ตัวอย่าง Hospital Utilization Tracker ใน Sheets เปิดโอกาสให้เชื่อมการใช้ AI กับงานตารางข้อมูล ตั้งแต่การคิดโครงสร้างตาราง ไปจนถึงการตรวจว่าสูตรและข้อมูลสอดคล้องกับโจทย์หรือไม่

หากนำแนวคิดนี้ไปฝึกต่อ อาจเริ่มจากข้อมูลสมมติเกี่ยวกับจำนวนเตียงที่เปิดให้บริการ จำนวนเตียงที่ใช้งาน และวันที่รายงาน แล้วให้ AI ช่วยเสนอวิธีจัดตาราง สิ่งที่ต้องตกลงกันก่อนคือความหมายของแต่ละช่อง เช่น ตัวเลขนั้นเป็นข้อมูล ณ เวลาใด และนับรวมหน่วยงานใดบ้าง เพราะสูตรที่คำนวณถูกอาจยังให้ผลที่ตีความผิดได้ หากข้อมูลตั้งต้นใช้คนละนิยาม

สำหรับส่วนที่เชื่อมไปยังเอกสารคำแนะนำหลังกลับบ้าน ควรใช้เอกสารที่ผู้รับผิดชอบรับรองและตรวจสอบปลายทางของลิงก์ก่อนเสมอ การจัดตารางข้อมูลกับการรับรองเนื้อหาคำแนะนำด้านสุขภาพเป็นคนละขั้นตอนที่ต้องมีผู้ดูแลชัดเจน

3. สรุปและถามตอบจากคู่มือด้วย NotebookLM

เมื่อคู่มือมีหลายฉบับ การหาคำตอบหนึ่งเรื่องอาจต้องเปิดอ่านข้ามหลายไฟล์ ตัวอย่างในหลักสูตรใช้ NotebookLM ช่วยทำงานกับเอกสารอ้างอิง เพื่อค้นประเด็นและสรุปข้อมูลให้สะดวกต่อการทบทวน

แนวทางที่นำไปทดลองต่อได้คือถามให้ผูกกับงาน เช่น “จากเอกสารที่ให้มา เจ้าหน้าที่ต้องเตรียมข้อมูลอะไรบ้างก่อนเริ่มขั้นตอนนี้” หรือ “สรุปหน้าที่ของแต่ละฝ่าย พร้อมระบุข้อความอ้างอิง” เมื่อได้คำตอบแล้ว ให้เปิดอ่านส่วนที่อ้างถึงเพื่อดูว่ามีเงื่อนไขหรือข้อยกเว้นใดตกหล่นไปหรือไม่

การมีแหล่งอ้างอิงช่วยให้กลับไปตรวจต้นทางได้ แต่ยังต้องเลือกคู่มือให้ถูกฉบับ หากนำเอกสารเก่าและใหม่มาใช้ร่วมกัน ควรระบุให้ชัดว่าจะยึดฉบับใดเป็นหลัก และแยกประเด็นที่เอกสารให้ข้อมูลไม่ตรงกันออกมาตรวจเพิ่มเติม

4. สร้าง Mind Map เพื่อทบทวนขั้นตอนการทำงาน

ตัวอย่างกระบวนการสอบสวนสาเหตุการตายนอกสถานพยาบาลและ Verbal Autopsy ในสไลด์ แสดงแนวทางนำข้อมูลจากเอกสารมาจัดเป็น Mind Map หรือแผนผังความคิด เพื่อช่วยมองความสัมพันธ์ของหัวข้อก่อนกลับไปอ่านรายละเอียด

สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มศึกษาคู่มือ แผนผังช่วยให้เห็นว่ามีเรื่องใดต้องทำความเข้าใจ และแต่ละเรื่องเกี่ยวข้องกันอย่างไร ผู้เรียนสามารถใช้ภาพรวมนี้เป็นจุดตั้งต้นในการทบทวนหรือเตรียมคำถามไปหารือกับผู้รับผิดชอบงาน

5. ทำ Video Overview จากเอกสารคู่มือ

อีกตัวอย่างคือโจทย์สร้าง Video Overview ภาษาไทยจากเอกสารเกี่ยวกับการรายงานการตาย เพื่อเปลี่ยนเนื้อหาคู่มือเป็นสื่อสำหรับฟังและดูทบทวน ผู้เรียนจึงได้เห็นแนวทางนำแหล่งข้อมูลเดียวกันมาสื่อสารในรูปแบบอื่น

หากองค์กรต้องการนำไปต่อยอด ควรกำหนดก่อนว่าวิดีโอนั้นทำให้ใครดู ผู้เริ่มต้นอาจต้องการภาพรวมและคำอธิบายศัพท์ ส่วนผู้ที่ทำงานอยู่แล้วอาจต้องการทบทวนเฉพาะขั้นตอนที่มักสับสน การกำหนดผู้ชมจะช่วยให้ตรวจได้ว่าสื่ออธิบายพอดีกับการใช้งานหรือยัง

ก่อนเผยแพร่ ต้องตรวจทั้งคำบรรยาย ภาพประกอบ การออกเสียงคำเฉพาะ และลำดับเนื้อหา พร้อมระบุคู่มือที่ใช้เป็นต้นทาง เพื่อให้ผู้ชมกลับไปอ่านรายละเอียดฉบับเต็มได้

สิ่งที่ต้องตรวจ ก่อนนำคำตอบจาก AI ไปใช้กับงานจริง

คำตอบที่อ่านลื่นและจัดรูปแบบเรียบร้อยอาจทำให้เราตรวจผ่านเร็วเกินไป วิธีที่ช่วยได้คือกำหนดรายการตรวจตามประเภทงานตั้งแต่ก่อนเริ่มใช้ AI เพื่อให้รู้ว่าจะยอมรับผลงานได้เมื่อใด

  • งานเอกสารและอีเมล: ตรวจชื่อหน่วยงาน บุคคล วันเวลา ตัวเลข และข้อความที่ไม่มีในข้อมูลต้นทาง
  • งานตาราง: ตรวจสูตร ช่วงข้อมูล หน่วยนับ และผลรวม พร้อมทดลองคำนวณบางรายการด้วยตนเองเพื่อเทียบผล
  • งานสรุปคู่มือ: ตรวจฉบับเอกสาร ข้อความอ้างอิง เงื่อนไข และข้อยกเว้นที่อาจหายไปในบทสรุป
  • Mind Map และวิดีโอ: ตรวจว่าการย่อเนื้อหาหรือจัดลำดับใหม่ทำให้ความหมายเปลี่ยนไปหรือไม่
  • ข้อมูลที่นำเข้า: เลือกข้อมูลตัวอย่างหรือเอกสารที่หน่วยงานอนุญาตให้ใช้กับเครื่องมือนั้น และตรวจสิทธิ์การแชร์ก่อนส่งต่อ

การอบรม Gemini สำหรับหน่วยงานที่ทำงานกับข้อมูลด้านสาธารณสุขควรฝึกขั้นตอนตรวจเหล่านี้ควบคู่กับการเขียนคำสั่งด้วย การเริ่มจากข้อมูลสมมติหรือคู่มือสาธารณะที่เหมาะกับโจทย์ ช่วยให้ทดลองวิธีทำงานได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลผู้ป่วยจริง

กำหนดผู้ตรวจให้ตรงกับเนื้อหา

ตัวอย่างในบทความมุ่งช่วยงานเอกสาร ข้อมูล และการเรียนรู้คู่มือ หากผลลัพธ์จะถูกนำไปใช้เป็นคำแนะนำด้านสุขภาพหรือสื่อปฏิบัติงาน ควรให้ผู้รับผิดชอบเนื้อหาตรวจรับก่อนเผยแพร่ และไม่ใช้คำตอบจาก AI เป็นข้อสรุปทางการแพทย์โดยลำพัง

หลังอบรม เริ่มต่อยอดจากงานหนึ่งชิ้นที่ทีมทำเป็นประจำ

ภาพประกอบทีมงานทดลองใช้ AI กับงานเอกสารและตรวจผลลัพธ์ร่วมกัน

เมื่อกลับจากการอบรม ผู้เรียนอาจมีหลายเรื่องที่อยากลองพร้อมกัน เราแนะนำให้เลือกงานเล็ก ๆ ที่ทำซ้ำและตรวจผลได้ก่อน เช่น ร่างอีเมลประสานงาน สรุปเอกสารเตรียมประชุม หรือรวบรวมคำถามจากคู่มือหนึ่งฉบับ วิธีนี้ช่วยให้ทีมเห็นปัญหาและปรับวิธีใช้ได้ง่ายกว่าการเริ่มกับกระบวนการใหญ่ทั้งระบบ

สำหรับองค์กรที่ต้องการต่อยอดจากการอบรม Gemini ลองวางการทดลองตาม 4 ขั้นตอนนี้ 

  1. เลือกงานและกำหนดเกณฑ์รับงาน: ระบุว่าผลงานต้องมีอะไรบ้าง เช่น สรุปต้องครบทุกประเด็นที่ผู้บริหารต้องตัดสินใจ และไม่เพิ่มข้อมูลนอกเอกสาร
  2. เตรียมข้อมูลตัวอย่าง: ใช้เอกสารที่อนุญาตให้ทดลอง พร้อมตัวอย่างผลงานที่ทีมยอมรับ เพื่อให้ทุกคนเข้าใจคุณภาพที่ต้องการตรงกัน
  3. จับเวลาจนงานพร้อมใช้: บันทึกทั้งเวลาเตรียมข้อมูล เขียนคำสั่ง ร่างงาน และตรวจแก้ แล้วเทียบกับงานลักษณะใกล้เคียงที่ทำด้วยวิธีเดิม
  4. เก็บคำสั่งพร้อมข้อควรตรวจ: เมื่อได้วิธีที่เหมาะกับงาน ให้รวบรวมคำสั่ง ตัวอย่างผลลัพธ์ และข้อผิดพลาดที่เคยพบ เพื่อให้เพื่อนร่วมทีมใช้ต่อได้

หาก AI ร่างงานได้เร็ว แต่ทีมต้องแก้ใหม่เกือบทั้งหมด ให้กลับมาดูว่าโจทย์ยังคลุมเครือ ข้อมูลไม่พอ หรือเลือกงานที่ต้องอาศัยบริบทเฉพาะมากเกินไป การบันทึกเวลาตรวจแก้จะช่วยให้เห็นเรื่องเหล่านี้ชัดกว่าการดูเฉพาะเวลาที่ AI ใช้สร้างคำตอบ

การอบรม Gemini และ NotebookLM กับสำนักสุขภาพดิจิทัลครั้งนี้มีตัวอย่างให้เริ่มทดลองได้หลายทาง ทั้งอีเมล ตารางข้อมูล และคู่มือ สำหรับทีมที่กำลังวางแผนพัฒนาทักษะ AI ลองเริ่มจากคำถามว่า “งานชิ้นไหนที่เราทำซ้ำ และมีคนตรวจความถูกต้องได้” แล้วนำโจทย์นั้นมาใช้เป็นจุดตั้งต้นของการฝึกปฏิบัติ

Mastering Gemini Notebook (NotebookLM)

ออกแบบการเรียนรู้จากงานที่ทีมต้องทำ

หากต้องการวางหลักสูตรให้เชื่อมกับบริบทของหน่วยงาน สามารถดูรายละเอียด Onsite Training สำหรับองค์กรจาก DemeterSkill และเตรียมตัวอย่างงานที่อยากให้ทีมฝึก เพื่อใช้หารือเรื่องหัวข้อ เครื่องมือ และรูปแบบ Workshop ที่เหมาะสม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการอบรม Gemini และ NotebookLM

1
ผู้เข้าอบรมต้องเตรียมอุปกรณ์อะไรบ้าง?

เอกสารหลักสูตรแนะนำคอมพิวเตอร์หรือแล็ปท็อปหนึ่งเครื่องต่อผู้เรียนหนึ่งคน เพื่อฝึกปฏิบัติด้วยตนเอง และควรตรวจสอบบัญชีที่ใช้เข้าอบรมกับสิทธิ์เข้าถึงเครื่องมือล่วงหน้า

2
จำเป็นต้องใช้ข้อมูลผู้ป่วยจริงใน Workshop หรือไม่?

ไม่จำเป็น สามารถใช้ข้อมูลสมมติและคู่มือสาธารณะที่เหมาะกับโจทย์ เพื่อฝึกเขียนคำสั่ง จัดตาราง และตรวจสอบคำตอบ โดยเลือกข้อมูลตามแนวทางที่หน่วยงานอนุญาต

3
องค์กรควรวัดผลการนำความรู้ไปใช้หลังอบรมอย่างไร?

เริ่มจากงานประเภทเดียวกันก่อนและหลังใช้ AI บันทึกเวลารวมตั้งแต่เริ่มทำจนตรวจแก้เสร็จ พร้อมประเมินความถูกต้องและความครบถ้วนของงาน เพื่อดูว่าช่วยทีมได้จริงในส่วนใด

You May Also Like

MedGemma คืออะไร? MedGemma คือ ชุดโมเดล …
  • 14 ต.ค. 2026